<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	xmlns:georss="http://www.georss.org/georss" xmlns:geo="http://www.w3.org/2003/01/geo/wgs84_pos#" xmlns:media="http://search.yahoo.com/mrss/"
	>

<channel>
	<title>กังหันลมผลิตไฟฟ้า</title>
	<atom:link href="http://thaiwindturbine.wordpress.com/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://thaiwindturbine.wordpress.com</link>
	<description>Just another WordPress.com weblog</description>
	<lastBuildDate>Sat, 11 Jul 2009 11:15:29 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.com/</generator>
<cloud domain='thaiwindturbine.wordpress.com' port='80' path='/?rsscloud=notify' registerProcedure='' protocol='http-post' />
<image>
		<url>http://s2.wp.com/i/buttonw-com.png</url>
		<title>กังหันลมผลิตไฟฟ้า</title>
		<link>http://thaiwindturbine.wordpress.com</link>
	</image>
	<atom:link rel="search" type="application/opensearchdescription+xml" href="http://thaiwindturbine.wordpress.com/osd.xml" title="กังหันลมผลิตไฟฟ้า" />
	<atom:link rel='hub' href='http://thaiwindturbine.wordpress.com/?pushpress=hub'/>
		<item>
		<title>คาร์บอนไดออกไซด์และแก๊สเรือนกระจก</title>
		<link>http://thaiwindturbine.wordpress.com/2009/07/11/%e0%b8%84%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b8%9a%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b9%84%e0%b8%94%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b9%84%e0%b8%8b%e0%b8%94%e0%b9%8c%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%b0%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b9%8a/</link>
		<comments>http://thaiwindturbine.wordpress.com/2009/07/11/%e0%b8%84%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b8%9a%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b9%84%e0%b8%94%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b9%84%e0%b8%8b%e0%b8%94%e0%b9%8c%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%b0%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b9%8a/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 11 Jul 2009 11:15:28 +0000</pubDate>
		<dc:creator>menaard</dc:creator>
				<category><![CDATA[เรื่องน่ารู้]]></category>
		<category><![CDATA[คาร์บอนไดออกไซด์และแก๊สเรือนกระจก]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://thaiwindturbine.wordpress.com/?p=20</guid>
		<description><![CDATA[มนุษย์จะอยู่บนโลกมิได้ หากปราศจากสิ่งที่เรียกว่า “แก๊สเรือนกระจก” แก๊สซึ่งทำให้บรรยากาศโลกอบอุ่น ถ้าความร้อนบางส่วนที่สะท้อนจากผิวโลกไม่ถูกกักเก็บไว้โดยแก๊สเรือนกระจก โลกของเราจะมีอุณหภูมิลดลงมากกว่า 33 องศาเซลเซียส  แต่ปัญหาคือขณะนี้มนุษย์เป็นตัวการปล่อยแก๊สเรือนกระจกมากขึ้นเรื่อย ๆ และเข้ารบกวนสมดุลธรรมชาติอันละเอียดอ่อน แก๊สเรือนกระจกเหล่านี้มาจากไหน? 1) น้ำมัน เป็นแหล่งพลังงานหลักและเป็นแหล่งปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ที่สำคัญ โดยมีสัดส่วนการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ร้อยละ 40 ของการปล่อยจากเชื้อเพลิงฟอสซิลทั้งหมด ผลิตภัณฑ์น้ำมันเกือบทั้งหมดเป็นเชื้อเพลิงที่ใช้ในยานยนต์และเครื่องบิน และระบบการทำความร้อนรวมถึงโรงไฟฟ้า 2) ถ่านหิน เป็นตัวการใหญ่เช่นเดียวกับน้ำมัน โดยเฉพาะลิกไนต์เป็นถ่านหินที่สกปรกมากที่สุด แม้จะคาดกันว่าแหล่งสำรองถ่านหินและลิกไนต์จะมีใช้ต่อไปอีกหลายร้อยปี แต่การใช้ถ่านหินมากขึ้นเป็นหายนะภัยต่อสภาพภูมิอากาศของโลก ซึ่งทั้งหมดทั้งมวลขึ้นอยู่กับเทคโนโลยีและระบบการจัดการของโรงไฟฟ้าถ่านหิน และคุณสมบัติของถ่านหินแต่ละชนิดด้วย 3) แก๊สธรรมชาติ ถือได้ว่าเป็นเชื้อเพลิงฟอสซิลที่สกปรกน้อยที่สุด และอาจนำมาใช้อย่างมีประสิทธิภาพในระบบการผลิตร่วมไฟฟ้า-ความร้อน แต่แก๊สธรรมชาติปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ออกมาครึ่งหนึ่งของลิกไนต์สำหรับ พลังงานที่ผลิตได้ทุก 1 กิโลกวัตต์-ชั่วโมง 4) การทำลายป่าฝนเขตร้อน มีส่วนในการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์โดยรวมประมาณ 1 ใน 5 การตัดไม้ออกจากป่าจนหมดเป็นอันตรายอย่างยิ่งเพราะจะนำไปสู่การล่มสลายของ ระบบภูมิอากาศทั้งหมดในพื้นที่ ตัวอย่างเช่นในลุ่มน้ำอะเมซอน เป็นต้น 5) มีเทน ไนตรัสออกไซด์ และแก๊สอุตสาหกรรม เป็นแก๊สเรือนกระจกที่สำคัญ แหล่งกำเนิดหลักของมีเทน คือ การปศุสัตว์ การเกษตรกรรม [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=thaiwindturbine.wordpress.com&amp;blog=8347139&amp;post=20&amp;subd=thaiwindturbine&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-family:Verdana;color:#333333;font-size:x-small;">มนุษย์จะอยู่บนโลกมิได้ หากปราศจากสิ่งที่เรียกว่า <strong><span style="color:#ff0033;">“แก๊สเรือนกระจก”</span></strong> แก๊สซึ่งทำให้บรรยากาศโลกอบอุ่น ถ้าความร้อนบางส่วนที่สะท้อนจากผิวโลกไม่ถูกกักเก็บไว้โดยแก๊สเรือนกระจก โลกของเราจะมีอุณหภูมิลดลงมากกว่า 33 องศาเซลเซียส  แต่ปัญหาคือขณะนี้มนุษย์เป็นตัวการปล่อยแก๊สเรือนกระจกมากขึ้นเรื่อย ๆ และเข้ารบกวนสมดุลธรรมชาติอันละเอียดอ่อน แก๊สเรือนกระจกเหล่านี้มาจากไหน?<span id="more-20"></span></span></p>
<p><span style="font-family:Verdana;color:#333333;font-size:x-small;"> </span><span style="font-family:Verdana;"><strong><span style="color:#333333;font-size:x-small;"><span style="color:#0066cc;">1) น้ำมัน</span><br />
</span></strong><span style="font-size:x-small;"><span style="color:#333333;"> เป็นแหล่งพลังงานหลักและเป็นแหล่งปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ที่สำคัญ โดยมีสัดส่วนการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ร้อยละ 40 ของการปล่อยจากเชื้อเพลิงฟอสซิลทั้งหมด ผลิตภัณฑ์น้ำมันเกือบทั้งหมดเป็นเชื้อเพลิงที่ใช้ในยานยนต์และเครื่องบิน และระบบการทำความร้อนรวมถึงโรงไฟฟ้า</span></span></span></p>
<p><span style="font-family:Verdana;color:#333333;font-size:x-small;"><span style="color:#0066cc;"><span style="color:#333333;"> </span><strong>2) ถ่านหิน</strong></span><br />
</span><span style="font-family:Verdana;color:#333333;font-size:x-small;"> เป็นตัวการใหญ่เช่นเดียวกับน้ำมัน โดยเฉพาะลิกไนต์เป็นถ่านหินที่สกปรกมากที่สุด แม้จะคาดกันว่าแหล่งสำรองถ่านหินและลิกไนต์จะมีใช้ต่อไปอีกหลายร้อยปี แต่การใช้ถ่านหินมากขึ้นเป็นหายนะภัยต่อสภาพภูมิอากาศของโลก ซึ่งทั้งหมดทั้งมวลขึ้นอยู่กับเทคโนโลยีและระบบการจัดการของโรงไฟฟ้าถ่านหิน และคุณสมบัติของถ่านหินแต่ละชนิดด้วย</span></p>
<p><span style="font-family:Verdana;color:#333333;font-size:x-small;"><span style="color:#0066cc;"><span style="color:#333333;"> </span><strong>3) แก๊สธรรมชาติ</strong></span><br />
</span><span style="font-family:Verdana;color:#333333;font-size:x-small;"> ถือได้ว่าเป็นเชื้อเพลิงฟอสซิลที่สกปรกน้อยที่สุด และอาจนำมาใช้อย่างมีประสิทธิภาพในระบบการผลิตร่วมไฟฟ้า-ความร้อน แต่แก๊สธรรมชาติปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ออกมาครึ่งหนึ่งของลิกไนต์สำหรับ พลังงานที่ผลิตได้ทุก 1 กิโลกวัตต์-ชั่วโมง</span></p>
<p><span style="font-family:Verdana;color:#333333;font-size:x-small;"><span style="color:#0066cc;"><span style="color:#333333;"> </span><strong>4) การทำลายป่าฝนเขตร้อน</strong></span><br />
</span><span style="font-family:Verdana;color:#333333;font-size:x-small;"> มีส่วนในการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์โดยรวมประมาณ 1 ใน 5 การตัดไม้ออกจากป่าจนหมดเป็นอันตรายอย่างยิ่งเพราะจะนำไปสู่การล่มสลายของ ระบบภูมิอากาศทั้งหมดในพื้นที่ ตัวอย่างเช่นในลุ่มน้ำอะเมซอน เป็นต้น</span></p>
<p><span style="font-family:Verdana;color:#333333;font-size:x-small;"><span style="color:#0066cc;"><span style="color:#333333;"> </span><strong>5) มีเทน ไนตรัสออกไซด์ และแก๊สอุตสาหกรรม</strong></span><br />
</span><span style="font-family:Verdana;color:#333333;font-size:x-small;"> เป็นแก๊สเรือนกระจกที่สำคัญ แหล่งกำเนิดหลักของมีเทน คือ การปศุสัตว์ การเกษตรกรรม การทำลายป่าไม้  แต่การปล่อยมีเทนออกมาในปริมาณมหาศาลยังมาจากการพังทลายของชั้นดินเยือกแข็ง (permafrost)  การทำเกษตรกรรมที่ใช้สารเคมียังเป็นแหล่งใหญ่ของแก๊สไนตรัสออกไซด์  ขณะที่แก๊สอุตสาหกรรมที่ใช้ในเครื่องปรับอากาศและกระบวนการทางเคมีบางอย่าง ก็เป็นส่วนสำคัญของการทำลายสภาพภูมิอากาศ</span></p>
<p><span style="font-family:Verdana;color:#333333;font-size:x-small;"><br />
<span style="color:#ff0000;">ที่มา:</span> <span style="color:#999999;">www.thaienergynews.com,</span></span>www.prapai.co.th,<a href="http://xn--12cm8c6at8a2bc.com/?p=113" target="_blank">www.กังหันลม.com</a></p>
<br />  <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/thaiwindturbine.wordpress.com/20/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/thaiwindturbine.wordpress.com/20/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/thaiwindturbine.wordpress.com/20/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/thaiwindturbine.wordpress.com/20/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gofacebook/thaiwindturbine.wordpress.com/20/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/facebook/thaiwindturbine.wordpress.com/20/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gotwitter/thaiwindturbine.wordpress.com/20/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/twitter/thaiwindturbine.wordpress.com/20/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/thaiwindturbine.wordpress.com/20/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/thaiwindturbine.wordpress.com/20/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/thaiwindturbine.wordpress.com/20/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/thaiwindturbine.wordpress.com/20/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/thaiwindturbine.wordpress.com/20/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/thaiwindturbine.wordpress.com/20/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=thaiwindturbine.wordpress.com&amp;blog=8347139&amp;post=20&amp;subd=thaiwindturbine&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://thaiwindturbine.wordpress.com/2009/07/11/%e0%b8%84%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b8%9a%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b9%84%e0%b8%94%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b9%84%e0%b8%8b%e0%b8%94%e0%b9%8c%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%b0%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b9%8a/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
	
		<media:content url="http://0.gravatar.com/avatar/c6ddd381e3eea60b80e0a4410f3a5412?s=96&#38;d=identicon&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">menaard</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>โลกร้อน โรคระบาดก็ร้อนด้วย</title>
		<link>http://thaiwindturbine.wordpress.com/2009/07/11/%e0%b9%82%e0%b8%a5%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%99-%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b8%94%e0%b8%81%e0%b9%87%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%94/</link>
		<comments>http://thaiwindturbine.wordpress.com/2009/07/11/%e0%b9%82%e0%b8%a5%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%99-%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b8%94%e0%b8%81%e0%b9%87%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%94/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 11 Jul 2009 11:12:15 +0000</pubDate>
		<dc:creator>menaard</dc:creator>
				<category><![CDATA[เรื่องน่ารู้]]></category>
		<category><![CDATA[โลกร้อน โรคระบาดก็ร้อนด้วย]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://thaiwindturbine.wordpress.com/?p=18</guid>
		<description><![CDATA[โดย ศิวัช พงษ์เพียจันทร์ เวลา พูดถึงผลกระทบจาก ภาวะโลกร้อน คนส่วนใหญ่จะได้ยินได้ฟังแต่เรื่องความแปรปรวนของดินฟ้าอากาศ การละลายตัวของน้ำแข็งขั้วโลก การเพิ่มระดับน้ำทะเล บ้างก็ไปไกลว่า กรุงเทพมหานครซึ่งตั้งอยู่เหนือเส้นศูนย์สูตรราว 13 องศาเหนือจะมีหิมะตก กรุงเทพ ธุรกิจออนไลน์ : ผมอยากให้ลืมเรื่องหิมะตก น้ำท่วมกรุงเทพฯ หรือแม้แต่สตรอมเซิร์จไปก่อน มาดูปัญหาโลกร้อนที่เกิดใกล้ตัวเราที่สุด และอาจนำภัยมาให้ทุกเมื่อนั่นคือ โรคระบาด นัก วิทยาศาสตร์เริ่มตั้ง ข้อสังเกตกันมาพักหนึ่งแล้วว่า การเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศอาจมีส่วนช่วยเร่งให้เกิดการระบาดของโรคชนิดต่าง ๆ และส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศ หนึ่งในนั้นคือ ดร.อาร์ทูโร ซานเชส-อาโซเฟียฟา จากมหาวิทยาลัยอัลเบอร์ต้า แคนาดา ตีพิมพ์ผลงานวิจัยลงในวารสาร Nature อธิบายถึงความเชื่อมโยงระหว่างสภาวะโลกร้อนและจำนวนประชากร รวมทั้งสัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำที่ลดลง สำทับ ด้วยผลงานวิจัยของ ทีมนักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยนิวเซาท์เวลส์ ที่ได้ประมวลสถานการณ์การแพร่กระจายโรคระบาดชนิดต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในกลุ่มประเทศเขตร้อน เช่น โรคไข้เลือดออก โรคไข้สมองอักเสบ ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมาว่า อาจเป็นส่วนหนึ่งของสภาวะโลกร้อน นอก จากนี้ แดเนียล ทารันโทลา อดีตที่ปรึกษาระดับสูงขององค์กรอนามัยโลก [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=thaiwindturbine.wordpress.com&amp;blog=8347139&amp;post=18&amp;subd=thaiwindturbine&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-family:Tahoma;color:#ff0066;font-size:x-small;"><strong>โดย ศิวัช พงษ์เพียจันทร์</strong></span></p>
<p><span style="font-family:Tahoma;color:#0066cc;font-size:x-small;"><em>เวลา พูดถึงผลกระทบจาก ภาวะโลกร้อน คนส่วนใหญ่จะได้ยินได้ฟังแต่เรื่องความแปรปรวนของดินฟ้าอากาศ การละลายตัวของน้ำแข็งขั้วโลก การเพิ่มระดับน้ำทะเล บ้างก็ไปไกลว่า กรุงเทพมหานครซึ่งตั้งอยู่เหนือเส้นศูนย์สูตรราว 13 องศาเหนือจะมีหิมะตก</em></span></p>
<p><span style="font-family:Verdana;color:#333333;font-size:x-small;">กรุงเทพ ธุรกิจออนไลน์ : ผมอยากให้ลืมเรื่องหิมะตก น้ำท่วมกรุงเทพฯ หรือแม้แต่สตรอมเซิร์จไปก่อน มาดูปัญหาโลกร้อนที่เกิดใกล้ตัวเราที่สุด และอาจนำภัยมาให้ทุกเมื่อนั่นคือ โรคระบาด</span></p>
<p><span style="font-family:Verdana;color:#333333;font-size:x-small;">นัก วิทยาศาสตร์เริ่มตั้ง ข้อสังเกตกันมาพักหนึ่งแล้วว่า การเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศอาจมีส่วนช่วยเร่งให้เกิดการระบาดของโรคชนิดต่าง ๆ และส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศ<span id="more-18"></span><br />
หนึ่งในนั้นคือ ดร.อาร์ทูโร ซานเชส-อาโซเฟียฟา จากมหาวิทยาลัยอัลเบอร์ต้า แคนาดา ตีพิมพ์ผลงานวิจัยลงในวารสาร Nature อธิบายถึงความเชื่อมโยงระหว่างสภาวะโลกร้อนและจำนวนประชากร รวมทั้งสัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำที่ลดลง</span></p>
<p><span style="font-family:Verdana;color:#333333;font-size:x-small;">สำทับ ด้วยผลงานวิจัยของ ทีมนักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยนิวเซาท์เวลส์ ที่ได้ประมวลสถานการณ์การแพร่กระจายโรคระบาดชนิดต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในกลุ่มประเทศเขตร้อน เช่น โรคไข้เลือดออก โรคไข้สมองอักเสบ ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมาว่า อาจเป็นส่วนหนึ่งของสภาวะโลกร้อน</span></p>
<p><span style="font-family:Verdana;color:#333333;font-size:x-small;">นอก จากนี้ แดเนียล ทารันโทลา อดีตที่ปรึกษาระดับสูงขององค์กรอนามัยโลก และศาสตราจารย์ประจำวิทยาลัยสาธารณสุขแห่งฮาร์วาร์ด แสดงความคิดเห็นว่า สภาวะโลกร้อนอาจเพิ่มจำนวนของผู้ติดเชื้อเอชไอวี และอาจเป็นไปได้ที่สภาวะโลกร้อนส่งผลให้เกิดการแย่งชิงทรัพยากรทางธรรมชาติ ก่อให้เกิดปัญหาทางสังคม เช่น การเหยียดสีผิว การกดขี่ทางเพศ และความถดถอยของระบบสาธารณูปโภค ล้วนแล้วแต่เป็นปัจจัยที่เสริมให้เชื้อเอชไอวีระบาดรุนแรงขึ้น</span></p>
<p><span style="font-family:Verdana;color:#333333;font-size:x-small;">อีก ตัวอย่างที่เห็นได้ ชัดคือ ผู้ป่วยติดเชื้อมาลาเรียนับล้านในแอฟริกากำลังเพิ่มจำนวนอย่างน่าตกใจ คนเจ็บไข้ได้ป่วยส่วนมากเป็นคนฐานะยากจน บริษัทยายักษ์ใหญ่ในสหรัฐและยุโรปให้ความสำคัญ “น้อยกว่า” การพัฒนายารักษาโรคหัวใจ มะเร็ง เบาหวาน โรคอ้วน โรคหย่อนสมรรถภาพทางเพศ มะเร็งปากมดลูก และมะเร็งอื่น ๆ ซึ่งตลาดใหญ่กว่า</span></p>
<p><span style="font-family:Verdana;color:#333333;font-size:x-small;">การ ระบาดของโรคติดเชื้อ ที่พ่วงมากับปัญหาภาวะโลกร้อนกำลังบีบบังคับให้นักวิทยาศาสตร์หันมาให้ความ สำคัญกับโรคเขตร้อนมากขึ้น เห็นได้จากความสำเร็จของฟิลิป บีจอน นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด อังกฤษ ซึ่งคิดค้นวัคซีนป้องกันไข้มาลาเรีย RTS,S และทดลองกับคนไข้ 2 กลุ่ม คือกลุ่มที่ได้รับและไม่ได้รับวัคซีนต้านเชื้อมาลาเรีย ที่ประเทศเคนย่าและแทนซาเนีย ปรากฏว่าจากจำนวนเด็กทารก 17 เดือน – 5 ขวบ 809 คน วัคซีน RTS,S ช่วยลดอัตราการติดเชื้อ 53% ขณะที่ผลงานวิจัยที่ได้จากเด็กทารกในแทนซาเนีย ชี้ให้เห็นถึงประสิทธิภาพของวัคซีนที่ป้องกันการติดเชื้อได้ถึง 65%</span></p>
<p><span style="font-family:Verdana;color:#333333;font-size:x-small;">อย่าง ไรก็ดี มาลาเรียเป็นโรคติดเชื้อจากสัตว์สู่คน หากเป็นโรคติดต่อจากคนสู่คนอย่างไข้หวัดใหญ่ที่เคยสังหารคนหลายสิบล้านอย่าง รวดเร็วในอดีต อย่าว่าแต่น้ำท่วมเลย ต่อให้สึนามิถล่มกรุงเทพฯ ก็ยังเทียบความเสียหายไม่เท่ากับโรคระบาด</span></p>
<p><span style="font-family:Verdana;color:#333333;font-size:x-small;"><br />
<span style="color:#ff0000;">ที่มา:</span> <span style="color:#999999;">กรุงเทพธุรกิจ 22 ธ.ค. 51,</span></span>www.prapai.co.th,<a href="http://xn--12cm8c6at8a2bc.com/?p=115">www.กังหันลม.com</a></p>
<br />  <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/thaiwindturbine.wordpress.com/18/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/thaiwindturbine.wordpress.com/18/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/thaiwindturbine.wordpress.com/18/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/thaiwindturbine.wordpress.com/18/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gofacebook/thaiwindturbine.wordpress.com/18/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/facebook/thaiwindturbine.wordpress.com/18/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gotwitter/thaiwindturbine.wordpress.com/18/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/twitter/thaiwindturbine.wordpress.com/18/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/thaiwindturbine.wordpress.com/18/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/thaiwindturbine.wordpress.com/18/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/thaiwindturbine.wordpress.com/18/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/thaiwindturbine.wordpress.com/18/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/thaiwindturbine.wordpress.com/18/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/thaiwindturbine.wordpress.com/18/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=thaiwindturbine.wordpress.com&amp;blog=8347139&amp;post=18&amp;subd=thaiwindturbine&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://thaiwindturbine.wordpress.com/2009/07/11/%e0%b9%82%e0%b8%a5%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%99-%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b8%94%e0%b8%81%e0%b9%87%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%94/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
	
		<media:content url="http://0.gravatar.com/avatar/c6ddd381e3eea60b80e0a4410f3a5412?s=96&#38;d=identicon&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">menaard</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>มหันตภัย ”โลกร้อน” คนไม่ตื่น…ฟื้นไม่มี…หนีไม่พ้น</title>
		<link>http://thaiwindturbine.wordpress.com/2009/07/11/%e0%b8%a1%e0%b8%ab%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b8%a0%e0%b8%b1%e0%b8%a2-%e2%80%9d%e0%b9%82%e0%b8%a5%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%99%e2%80%9d-%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88/</link>
		<comments>http://thaiwindturbine.wordpress.com/2009/07/11/%e0%b8%a1%e0%b8%ab%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b8%a0%e0%b8%b1%e0%b8%a2-%e2%80%9d%e0%b9%82%e0%b8%a5%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%99%e2%80%9d-%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 11 Jul 2009 11:10:33 +0000</pubDate>
		<dc:creator>menaard</dc:creator>
				<category><![CDATA[เรื่องน่ารู้]]></category>
		<category><![CDATA[โลกร้อน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://thaiwindturbine.wordpress.com/?p=16</guid>
		<description><![CDATA[<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=thaiwindturbine.wordpress.com&amp;blog=8347139&amp;post=16&amp;subd=thaiwindturbine&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=thaiwindturbine.wordpress.com&amp;blog=8347139&amp;post=16&amp;subd=thaiwindturbine&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://thaiwindturbine.wordpress.com/2009/07/11/%e0%b8%a1%e0%b8%ab%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b8%a0%e0%b8%b1%e0%b8%a2-%e2%80%9d%e0%b9%82%e0%b8%a5%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%99%e2%80%9d-%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
	
		<media:content url="http://0.gravatar.com/avatar/c6ddd381e3eea60b80e0a4410f3a5412?s=96&#38;d=identicon&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">menaard</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>“ไฟฟ้ากังหันลม”…อีกหนึ่งตัวช่วยยุคน้ำมันผันผวน</title>
		<link>http://thaiwindturbine.wordpress.com/2009/07/04/%e2%80%9c%e0%b9%84%e0%b8%9f%e0%b8%9f%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%ab%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%a5%e0%b8%a1%e2%80%9d%e2%80%a6%e0%b8%ad%e0%b8%b5%e0%b8%81%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b6/</link>
		<comments>http://thaiwindturbine.wordpress.com/2009/07/04/%e2%80%9c%e0%b9%84%e0%b8%9f%e0%b8%9f%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%ab%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%a5%e0%b8%a1%e2%80%9d%e2%80%a6%e0%b8%ad%e0%b8%b5%e0%b8%81%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b6/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 04 Jul 2009 14:40:43 +0000</pubDate>
		<dc:creator>menaard</dc:creator>
				<category><![CDATA[เรื่องน่ารู้]]></category>
		<category><![CDATA[ไฟฟ้ากังหันลม]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://thaiwindturbine.wordpress.com/?p=9</guid>
		<description><![CDATA[“พลังงานทดแทน”…เป็นอีกหนึ่งตัวช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจในภาวะที่ราคาน้ำมันมีความผันผวน ซึ่งหนึ่งในหลาย ๆ พลังงานทดแทนที่ถูกกล่าวถึง คือ…“พลังงานลม” แม้จะรู้ดีว่าสภาพภูมิอากาศของไทยมี “ข้อจำกัด” ด้านความเร็วลมที่อยู่ในระดับปานกลาง-ต่ำ ทว่าข้อจำกัดนั้นกลับทำให้กระทรวงพลังงานเร่งพัฒนาปรับปรุงเทคโนโลยีการผลิต พลังงานจากลมเพื่อให้เข้ากับสภาพภูมิอากาศในบ้านเรา เพราะตามนโยบายของกระทรวงพลังงานมีเป้าหมายที่จะผลิตไฟฟ้าจากพลังงานลมให้ ได้ 115 เมกะวัตต์ ในปี 2554 เป็นไปตามแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาพลังงานทดแทนของประเทศ ตัวอย่างหนึ่งที่สะท้อนให้เห็นถึงความจริงจัง คือ “โครงการติดตั้งกังหันลมผลิตไฟฟ้าเพื่อการสาธิตนำร่อง” ซึ่งได้ดำเนินการติดตั้งกังหันลมที่บ้านทะเลปัง อ.หัวไทร จ.นครศรีธรรมราช กำลังการผลิต 250 กิโลวัตต์ 1 ชุด โดยปัจจุบันได้ติดตั้งเสร็จเรียบร้อยแล้ว นอก จากนี้ยังมีกังหันลม ชนิดมีเกียร์ขนาดกำลังการผลิต 1.5 เมกะวัตต์ ที่อยู่ระหว่างการติดตั้งอีกจำนวน 1 ชุด ซึ่งคาดว่าจะติดตั้งแล้วเสร็จในเร็ว ๆ นี้ ส่งผลให้กำลังการผลิตไฟฟ้ารวมทั้ง 2 ชุดอยู่ที่ 1,750 กิโลวัตต์ ขณะที่แหลมตาชี จ.ปัตตานี เป็นอีกหนึ่งพื้นที่ที่มีศักยภาพ กระทรวงพลังงานก็มีแผนจะจัดเป็นโครงการสาธิตการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานลมเช่น กัน โดย จากการศึกษาพบว่า สามารถผลิตไฟฟ้าได้ปีละ 3.4 ล้านหน่วย [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=thaiwindturbine.wordpress.com&amp;blog=8347139&amp;post=9&amp;subd=thaiwindturbine&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-size:x-small;"><em><span style="font-family:Tahoma;"><span style="color:#0066cc;"><strong>“พลังงานทดแทน”</strong>…เป็นอีกหนึ่งตัวช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจในภาวะที่ราคาน้ำมันมีความผันผวน ซึ่งหนึ่งในหลาย ๆ พลังงานทดแทนที่ถูกกล่าวถึง คือ…<strong>“พลังงานลม”</strong></span></span></em></span></p>
<p><span style="font-family:Verdana;color:#333333;font-size:x-small;">แม้จะรู้ดีว่าสภาพภูมิอากาศของไทยมี <strong>“ข้อจำกัด”</strong> ด้านความเร็วลมที่อยู่ในระดับปานกลาง-ต่ำ ทว่าข้อจำกัดนั้นกลับทำให้กระทรวงพลังงานเร่งพัฒนาปรับปรุงเทคโนโลยีการผลิต พลังงานจากลมเพื่อให้เข้ากับสภาพภูมิอากาศในบ้านเรา เพราะตามนโยบายของกระทรวงพลังงานมีเป้าหมายที่จะผลิตไฟฟ้าจากพลังงานลมให้ ได้ 115 เมกะวัตต์ ในปี 2554 เป็นไปตามแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาพลังงานทดแทนของประเทศ</span></p>
<p><span style="font-family:Verdana;color:#333333;font-size:x-small;">ตัวอย่างหนึ่งที่สะท้อนให้เห็นถึงความจริงจัง คือ <span style="color:#996633;">“โครงการติดตั้งกังหันลมผลิตไฟฟ้าเพื่อการสาธิตนำร่อง”</span> ซึ่งได้ดำเนินการติดตั้งกังหันลมที่บ้านทะเลปัง อ.หัวไทร จ.นครศรีธรรมราช กำลังการผลิต 250 กิโลวัตต์ 1 ชุด โดยปัจจุบันได้ติดตั้งเสร็จเรียบร้อยแล้ว<span id="more-9"></span></span></p>
<p><span style="font-family:Verdana;color:#333333;font-size:x-small;">นอก จากนี้ยังมีกังหันลม ชนิดมีเกียร์ขนาดกำลังการผลิต 1.5 เมกะวัตต์ ที่อยู่ระหว่างการติดตั้งอีกจำนวน 1 ชุด ซึ่งคาดว่าจะติดตั้งแล้วเสร็จในเร็ว ๆ นี้ ส่งผลให้กำลังการผลิตไฟฟ้ารวมทั้ง 2 ชุดอยู่ที่ 1,750 กิโลวัตต์ ขณะที่แหลมตาชี จ.ปัตตานี เป็นอีกหนึ่งพื้นที่ที่มีศักยภาพ กระทรวงพลังงานก็มีแผนจะจัดเป็นโครงการสาธิตการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานลมเช่น กัน</span></p>
<p><span style="font-family:Verdana;color:#333333;font-size:x-small;">โดย จากการศึกษาพบว่า สามารถผลิตไฟฟ้าได้ปีละ 3.4 ล้านหน่วย และยังส่งไฟฟ้าเข้าระบบสายส่งไฟฟ้าเพื่อจำหน่ายให้กับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) คิดเป็นมูลค่าประมาณ 20.7 ล้านบาท นอกจากนี้ยังสามารถทดแทนน้ำมันเชื้อเพลิงเทียบเท่าน้ำมันดิบได้ปีละ 290 ตัน คิดเป็นมูลค่าปีละ 6.8 ล้านบาท ช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่เป็นสาเหตุของภาวะโลกร้อนได้ปีละประมาณ 1,000 ตัน</span></p>
<p><span style="font-family:Verdana;color:#333333;font-size:x-small;">ไม่ เฉพาะโครงการนำร่อง ของกระทรวงพลังงานเท่านั้น ในส่วนของงานการศึกษาวิจัยของหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนอื่น ๆ ก็มีให้เห็นเช่นกัน เช่น การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ที่ได้ร่วมมือจากกรมอุตุนิยมวิทยาศึกษาถึงความเร็วลมในประเทศไทย โดยผลการศึกษาพบว่า ความเร็วลมในประเทศไทยโดยเฉลี่ยจัดอยู่ในระดับปานกลาง-ต่ำ คือ ต่ำกว่า 4 เมตร/วินาที ส่วนที่ความเร็วลมสูงสุดจะอยู่ในบริเวณชายฝั่งทะเล บริเวณเกาะต่าง ๆ ในอ่าวไทย และภาคใต้ของประเทศ</span></p>
<p><span style="font-family:Verdana;color:#333333;font-size:x-small;">เมื่อ กฟผ.ได้รับทราบข้อมูลเหล่านี้ จึงได้ร่วมมือกับมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรีและมหาวิทยาลัยสงขลา นครินทร์ ในการสนับสนุนทุนวิจัยเพื่อออกแบบสร้างกังหันลมขึ้น และได้นำไปทดลองใช้งาน หลังการทดลองยังคงพบปัญหาเกี่ยวกับระบบส่งกำลังและความแข็งแรงของใบกังหัน </span></p>
<p><span style="font-family:Verdana;color:#333333;font-size:x-small;">ขณะ เดียวกัน กฟผ.เอง ก็ได้ออกแบบสร้างกังหันลมแบบล้อจักรยานเพื่อนำไปติดตั้งทดสอบใช้งานที่ชาย ฝั่งทะเล บริเวณบ้านอ่าวไผ่ อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี ปรากฏว่ายังคงประสบปัญหาเรื่องระบบส่งกำลังเช่นกัน</span></p>
<p><span style="font-family:Verdana;color:#333333;font-size:x-small;">นอก จากนี้ยังมีสถาบันการ ศึกษาอีกหลายแห่งที่ให้ความสนใจศึกษาพลังงานลม เช่น มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ซึ่งทีมวิจัยได้ศึกษาศักยภาพการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานลมในเขตภาคเหนือตอนบนของ ประเทศไทยพบว่า ลมหุบเขาบริเวณพื้นที่ช่องเขาทางภาคเหนือตอนบนมีศักยภาพที่จะใช้เป็นแหล่ง พลังงานลมใกล้เคียงกับลมมรสุมจากอ่าวไทยและทะเลอันดามัน</span></p>
<p><span style="font-family:Verdana;color:#333333;font-size:x-small;">โดย ทีมวิจัยได้ติดตั้ง อุปกรณ์ตรวจวัดความเร็วลมความสูง 40-80 เมตร จำนวน 18 จุดบริเวณภาคเหนือตอนบน หรือเท่ากับความสูงประมาณ 1,000-2,000 เมตรจากระดับน้ำทะเล เพื่อเก็บข้อมูลปริมาณลมต่อเนื่องและนำมาวิเคราะห์ผล ปรากฏว่าพบพื้นที่ที่มีศักยภาพ 3 จุด ได้แก่ บ้านกิ่วลม จ.แม่ฮ่องสอน บ้านดอยล้าน และบ้านแม่แฮ จ.เชียงใหม่ เหมาะที่จะติดตั้งกังหันลมหรือฟาร์มกังหันลมในอนาคต</span></p>
<p><span style="font-family:Verdana;color:#333333;font-size:x-small;">แม้ ว่าจะมีความแตกต่าง ของแรงลมในช่วงเวลากลางวันที่ลมแรง ขณะที่ช่วงกลางคืนลมจะนิ่งมากกว่า แต่ค่าเฉลี่ยที่วัดได้ตลอดระยะเวลา 1 ปี แสดงให้เห็นว่า กำลังลมหุบเขาอยู่ระหว่าง 2-6 เมตรต่อวินาที เพียงพอสำหรับใช้ผลิตไฟฟ้า แต่เนื่องจากไทยอยู่ใกล้เส้นศูนย์สูตรทำให้ได้รับแรงลมเฉลี่ยทั้งปีต่ำถึง ปานกลาง การที่จะพัฒนาพลังงานลมเพื่อใช้ประโยชน์จึงจำเป็นต้องศึกษารูปแบบกังหันลม ผลิตไฟฟ้าให้มีความเหมาะสมกับความเร็วลมที่มีอยู่ จึงต้องวิจัย จัดหา สาธิต และใช้ประโยชน์จากกังหันลมความเร็วลมต่ำ</span></p>
<p><span style="font-family:Verdana;color:#333333;font-size:x-small;">นอก จากนี้ยังต้องผลิต ชิ้นส่วนเพื่อประกอบระบบกังหันลมผลิตไฟฟ้าขึ้นมาใช้งานในประเทศ เพื่อลดต้นทุนการนำเข้าและสั่งซื้อจากต่างประเทศที่มีราคาแพง</span></p>
<p><span style="font-family:Verdana;color:#333333;font-size:x-small;">นี่ถือเป็นตัวอย่างของการพัฒนาพลังงานลมในประเทศ ซึ่งสามารถที่จะพัฒนาเทคโนโลยีให้ดีขึ้นได้อีกในอนาคต</span><br />
<span style="font-family:Verdana;color:#333333;font-size:x-small;"><span style="color:#ff0000;">ที่มา:</span> <span style="color:#999999;">แนวหน้า 16 ธ.ค. 51,</span></span>www.prapai.co.th,<a href="http://xn--12cm8c6at8a2bc.com/?p=75" target="_blank">www.กังหันลม.com</a></p>
<br />  <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/thaiwindturbine.wordpress.com/9/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/thaiwindturbine.wordpress.com/9/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/thaiwindturbine.wordpress.com/9/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/thaiwindturbine.wordpress.com/9/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gofacebook/thaiwindturbine.wordpress.com/9/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/facebook/thaiwindturbine.wordpress.com/9/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gotwitter/thaiwindturbine.wordpress.com/9/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/twitter/thaiwindturbine.wordpress.com/9/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/thaiwindturbine.wordpress.com/9/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/thaiwindturbine.wordpress.com/9/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/thaiwindturbine.wordpress.com/9/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/thaiwindturbine.wordpress.com/9/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/thaiwindturbine.wordpress.com/9/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/thaiwindturbine.wordpress.com/9/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=thaiwindturbine.wordpress.com&amp;blog=8347139&amp;post=9&amp;subd=thaiwindturbine&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://thaiwindturbine.wordpress.com/2009/07/04/%e2%80%9c%e0%b9%84%e0%b8%9f%e0%b8%9f%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%ab%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%a5%e0%b8%a1%e2%80%9d%e2%80%a6%e0%b8%ad%e0%b8%b5%e0%b8%81%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b6/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
	
		<media:content url="http://0.gravatar.com/avatar/c6ddd381e3eea60b80e0a4410f3a5412?s=96&#38;d=identicon&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">menaard</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>ข้อคิดติดกังหันลม</title>
		<link>http://thaiwindturbine.wordpress.com/2009/07/04/%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%84%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%ab%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%a5%e0%b8%a1/</link>
		<comments>http://thaiwindturbine.wordpress.com/2009/07/04/%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%84%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%ab%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%a5%e0%b8%a1/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 04 Jul 2009 14:37:12 +0000</pubDate>
		<dc:creator>menaard</dc:creator>
				<category><![CDATA[เรื่องน่ารู้]]></category>
		<category><![CDATA[ข้อคิดติดกังหันลม]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://thaiwindturbine.wordpress.com/?p=7</guid>
		<description><![CDATA[ถึงคนไทยจะออกแบบกังหันลม จนสามารถผลิตไฟฟ้าได้ดีกว่าโซลาร์เซลล์ก็ตาม… แต่ไม่ได้หมายความว่า ทุกที่ทั่วไทยจะเป็นเช่นนั้นเสมอไป บางจุดบางพื้นที่…กังหันลมก็สู้โซลาร์เซลล์ ไม่ได้ต้องเตือนให้รู้กัน เพราะเอาไปติดตั้งในพื้นที่อับลม กังหันลมไทยที่ว่าแน่ มีสิทธิกลายเป็นอนุสาวรีย์เสียค่าโง่ได้ เหมือนกันคิดจะเอากังหันลม ผู้เชี่ยวชาญ บริษัท พระพาย เทคโนโลยี จำกัด ผู้ผลิตกังหันลมผลิตไฟฟ้าหนึ่งเดียวของไทย ให้ข้อคิด…สิ่งสำคัญที่สุดต้องดูพื้นที่ มีลมพอเพียงหรือเปล่า พื้นที่ พอเพียงอันดับแรก…อยู่ใกล้ทะเลหรือเปล่า ห่างจากชายทะเลประมาณ 5 กม. ไม่มีตึกไม่มีภูเขาบังก็ใช้ได้…ขนาดเขตประเวศ กทม. มีคนเอากังหันขนาด 1,000 วัตต์ ไปติดตั้งบนดาดฟ้าบ้าน ได้ไฟฟ้าใช้เดือนละ 300 หน่วย พื้นที่ใกล้ทะเลที่เริ่ดสุด ลมแรงสุดของไทยต้องยกให้ อ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช ประเทศไทยลมแรงเฉลี่ยทั้งปีอยู่ที่ 10-20 กม.ต่อชั่วโมง วันละ 10 ชั่วโมง….ปากพนัง 25 กม.ต่อชั่วโมง วันละเกือบ 20 ชั่วโมงทีเดียว ที่ราบเชิงเขา อย่างปากช่อง วังน้ำเขียว นี่ก็ไม่เบา มีลมแรงเฉลี่ยอยู่ที่ 18-21 กม.ต่อชั่วโมง วันละ [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=thaiwindturbine.wordpress.com&amp;blog=8347139&amp;post=7&amp;subd=thaiwindturbine&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-family:Verdana;color:#0066cc;font-size:x-small;"><strong>ถึงคนไทยจะออกแบบกังหันลม จนสามารถผลิตไฟฟ้าได้ดีกว่าโซลาร์เซลล์ก็ตาม… แต่ไม่ได้หมายความว่า ทุกที่ทั่วไทยจะเป็นเช่นนั้นเสมอไป</strong></span></p>
<table border="0" cellspacing="0" cellpadding="0" width="590">
<tbody>
<tr>
<td width="165"><img src="http://www.prapai.co.th/UserFiles/Image/Energy_News/energy-news_090421.jpg" alt="" width="150" height="230" /></td>
<td valign="top">บางจุดบางพื้นที่…กังหันลมก็สู้โซลาร์เซลล์ ไม่ได้<span style="font-family:Verdana;color:#333333;font-size:x-small;">ต้องเตือนให้รู้กัน เพราะเอาไปติดตั้งในพื้นที่อับลม กังหันลมไทยที่ว่าแน่ มีสิทธิกลายเป็นอนุสาวรีย์เสียค่าโง่ได้ เหมือนกัน</span><span style="font-family:Verdana;color:#333333;font-size:x-small;">คิดจะเอากังหันลม ผู้เชี่ยวชาญ <strong><span style="color:#83be30;">บริษัท พระพาย เทคโนโลยี จำกัด</span></strong> ผู้ผลิตกังหันลมผลิตไฟฟ้าหนึ่งเดียวของไทย ให้ข้อคิด…สิ่งสำคัญที่สุดต้องดูพื้นที่ มีลมพอเพียงหรือเปล่า</span></p>
<p><span style="font-family:Verdana;color:#333333;font-size:x-small;">พื้นที่ พอเพียงอันดับแรก…อยู่ใกล้ทะเลหรือเปล่า ห่างจากชายทะเลประมาณ 5 กม. ไม่มีตึกไม่มีภูเขาบังก็ใช้ได้…ขนาดเขตประเวศ กทม. มีคนเอากังหันขนาด 1,000 วัตต์ ไปติดตั้งบนดาดฟ้าบ้าน ได้ไฟฟ้าใช้เดือนละ 300 หน่วย</span></p>
<p><span style="font-family:Verdana;color:#000000;font-size:x-small;"><strong>พื้นที่ใกล้ทะเลที่เริ่ดสุด ลมแรงสุดของไทยต้องยกให้ อ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช</strong></span></td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p><span style="font-family:Verdana;color:#333333;font-size:x-small;"><span style="font-family:Verdana;color:#333333;font-size:x-small;">ประเทศไทยลมแรงเฉลี่ยทั้งปีอยู่ที่ 10-20 กม.ต่อชั่วโมง วันละ 10 ชั่วโมง….ปากพนัง 25 กม.ต่อชั่วโมง วันละเกือบ 20 ชั่วโมงทีเดียว</span></span></p>
<p><span style="font-family:Verdana;color:#333333;font-size:x-small;"><span style="font-family:Verdana;color:#333333;font-size:x-small;">ที่ราบเชิงเขา อย่างปากช่อง วังน้ำเขียว นี่ก็ไม่เบา มีลมแรงเฉลี่ยอยู่ที่ 18-21 กม.ต่อชั่วโมง วันละ 12 ชั่วโมงเป็นอย่างต่ำ<span id="more-7"></span></span></span></p>
<p><span style="font-family:Verdana;color:#333333;font-size:x-small;"><span style="font-family:Verdana;color:#000000;font-size:x-small;"><strong>ส่วนที่อื่น ๆ ไม่แน่ใจว่าจะมีลมพอเพียงหรือเปล่า…ลมแรงไม่แรง สังเกตเสาธง</strong></span></span></p>
<p><span style="font-family:Verdana;color:#333333;font-size:x-small;"><span style="font-family:Verdana;color:#333333;font-size:x-small;">ดูผืนธง พัดปลิวแบบไหน… ผืนธงโบกสะบัดแค่เอียง ๆ เฉียง ลมขนาดนี้ไม่เท่าไร</span></span></p>
<p><span style="font-family:Verdana;color:#000000;font-size:x-small;"><strong>แต่ถ้าโบกสะบัดตั้งฉากเต็มผืน…ถือว่าโอเค ติดตั้งกังหันแล้วคุ้ม</strong></span></p>
<p><span style="font-family:Verdana;color:#333333;font-size:x-small;">จะให้ดี สังเกตด้วยว่า ธงโบกสะบัดแบบนั้น วันละกี่ชั่วโมง …ยิ่งมากชั่วโมงยิ่งคุ้ม</span></p>
<p><span style="font-family:Verdana;color:#333333;font-size:x-small;">แต่ถ้าลมไม่เข้าข่ายที่ว่า…ให้ลืมกังหันไป</span></p>
<p><span style="font-family:Verdana;color:#333333;font-size:x-small;">ฝากความหวังไว้ที่โซลาร์เซลล์ น่าจะดีกว่าค่ะ<br />
</span></p>
<p><span style="font-family:Verdana;color:#333333;font-size:x-small;"><span style="color:#ff0000;"><br />
ที่มา:</span> <span style="color:#999999;">ไทยรัฐ 18 เมษายน 2552,</span></span>www.prapai.co.th,<a href="http://xn--12cm8c6at8a2bc.com/?p=78" target="_self">www.กังหันลม.com</a></p>
<br />  <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/thaiwindturbine.wordpress.com/7/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/thaiwindturbine.wordpress.com/7/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/thaiwindturbine.wordpress.com/7/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/thaiwindturbine.wordpress.com/7/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gofacebook/thaiwindturbine.wordpress.com/7/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/facebook/thaiwindturbine.wordpress.com/7/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gotwitter/thaiwindturbine.wordpress.com/7/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/twitter/thaiwindturbine.wordpress.com/7/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/thaiwindturbine.wordpress.com/7/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/thaiwindturbine.wordpress.com/7/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/thaiwindturbine.wordpress.com/7/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/thaiwindturbine.wordpress.com/7/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/thaiwindturbine.wordpress.com/7/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/thaiwindturbine.wordpress.com/7/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=thaiwindturbine.wordpress.com&amp;blog=8347139&amp;post=7&amp;subd=thaiwindturbine&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://thaiwindturbine.wordpress.com/2009/07/04/%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%84%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%ab%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%a5%e0%b8%a1/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
	
		<media:content url="http://0.gravatar.com/avatar/c6ddd381e3eea60b80e0a4410f3a5412?s=96&#38;d=identicon&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">menaard</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://www.prapai.co.th/UserFiles/Image/Energy_News/energy-news_090421.jpg" medium="image" />
	</item>
		<item>
		<title>“โลกร้อน” ภัยที่ทั่วโลกต้องร่วมแก้ไข</title>
		<link>http://thaiwindturbine.wordpress.com/2009/07/04/%e2%80%9c%e0%b9%82%e0%b8%a5%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%99%e2%80%9d-%e0%b8%a0%e0%b8%b1%e0%b8%a2%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%97%e0%b8%b1%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b9%82%e0%b8%a5%e0%b8%81/</link>
		<comments>http://thaiwindturbine.wordpress.com/2009/07/04/%e2%80%9c%e0%b9%82%e0%b8%a5%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%99%e2%80%9d-%e0%b8%a0%e0%b8%b1%e0%b8%a2%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%97%e0%b8%b1%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b9%82%e0%b8%a5%e0%b8%81/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 04 Jul 2009 14:23:06 +0000</pubDate>
		<dc:creator>menaard</dc:creator>
				<category><![CDATA[เรื่องน่ารู้]]></category>
		<category><![CDATA[โลกร้อน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://thaiwindturbine.wordpress.com/?p=3</guid>
		<description><![CDATA[ผล การศึกษาของ กลุ่มเยอรมนีวอทช์ ระบุว่า ในปี 2549 โลกเผชิญหายนภัยทางธรรมชาติ เช่น พายุและน้ำท่วม มากกว่าช่วง 2 ปีก่อน โดยเกิดภัยธรรมชาติถึง 953 ครั้ง เทียบกับ 716 ครั้ง ในปี 2548 และ 718 ครั้งในปี 2547 ใน ช่วงปี 2550 ที่ผ่านมา ทั่วโลกมีการเคลื่อนไหวสำคัญด้านภาวะโลกร้อนที่น่าจับตามอง เริ่มจากการเปิดเผยรายงานนำเสนอสถานการณ์ ผลกระทบ และแนวทางแก้ไขภาวะโลกร้อน รวม 4 ฉบับ ของคณะกรรมการระหว่างรัฐบาลว่าด้วยความเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศแห่งสหประชา ชาติ (ไอพีซีซี) ซึ่งบทบาทกระตุ้นให้ผู้คนทั่วโลกตระหนักถึงภัยภาวะโลกร้อนนี้ ทำให้ไอพีซีซีคว้ารางวัลโนเบลสาขาสันติภาพไปครองร่วมกับอดีตรองประธานาธิบดี อัล กอร์ แห่งสหรัฐ เนื้อหา ในรายงาน ซึ่งเป็นผลจากการรวบรวมงานวิจัยของนักวิทยาศาสตร์กว่า 400 คนทั่วโลก ระบุว่า อุณหภูมิของโลกได้เพิ่มขึ้นแล้ว 0.74 องศาเซลเซียสในรอบร้อยปีที่ผ่านมา และมนุษย์คือตัวการสำคัญที่ก่อภาวะโลกร้อน โดยหากปัญหายังไม่ได้รับการแก้ไข ผู้คนหลายพันล้านคนจะต้องเผชิญกับภาวะขาดแคลนน้ำ [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=thaiwindturbine.wordpress.com&amp;blog=8347139&amp;post=3&amp;subd=thaiwindturbine&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ผล การศึกษาของ กลุ่มเยอรมนีวอทช์ ระบุว่า ในปี 2549 โลกเผชิญหายนภัยทางธรรมชาติ เช่น พายุและน้ำท่วม มากกว่าช่วง 2 ปีก่อน โดยเกิดภัยธรรมชาติถึง 953 ครั้ง เทียบกับ 716 ครั้ง ในปี 2548 และ 718 ครั้งในปี 2547</p>
<p>ใน ช่วงปี 2550 ที่ผ่านมา ทั่วโลกมีการเคลื่อนไหวสำคัญด้านภาวะโลกร้อนที่น่าจับตามอง เริ่มจากการเปิดเผยรายงานนำเสนอสถานการณ์ ผลกระทบ และแนวทางแก้ไขภาวะโลกร้อน รวม 4 ฉบับ ของคณะกรรมการระหว่างรัฐบาลว่าด้วยความเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศแห่งสหประชา ชาติ (ไอพีซีซี) ซึ่งบทบาทกระตุ้นให้ผู้คนทั่วโลกตระหนักถึงภัยภาวะโลกร้อนนี้ ทำให้ไอพีซีซีคว้ารางวัลโนเบลสาขาสันติภาพไปครองร่วมกับอดีตรองประธานาธิบดี อัล กอร์ แห่งสหรัฐ<span id="more-3"></span></p>
<p>เนื้อหา ในรายงาน ซึ่งเป็นผลจากการรวบรวมงานวิจัยของนักวิทยาศาสตร์กว่า 400 คนทั่วโลก ระบุว่า อุณหภูมิของโลกได้เพิ่มขึ้นแล้ว 0.74 องศาเซลเซียสในรอบร้อยปีที่ผ่านมา และมนุษย์คือตัวการสำคัญที่ก่อภาวะโลกร้อน โดยหากปัญหายังไม่ได้รับการแก้ไข ผู้คนหลายพันล้านคนจะต้องเผชิญกับภาวะขาดแคลนน้ำ และอีกหลายร้อยล้านคนจะประสบภาวะขาดแคลนอาหาร หรือเกิดการย้ายถิ่นครั้งใหญ่</p>
<p>รายงาน ชี้ด้วยว่า แม้ชาติพัฒนาแล้วจะมีบทบาทสำคัญในการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในช่วงทศวรรษที่ ผ่านมา แต่ชาติกลุ่มยากจนที่ปล่อยก๊าซคาร์บอนน้อยสุดจะได้รับความเสียหายรุนแรงที่ สุด  ขณะแนวโน้มการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั่วโลกจะเพิ่ม 25-90% ภายในปี 2030 หากไม่มีการกำหนดนโยบายรับมือออกมา และหากโลกยังใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลต่อไป อัตราการปล่อยก๊าซอาจเติบโตถึง  40-110% โดย 2 ใน 3 ของการปล่อยก๊าซมาจากประเทศกำลังพัฒนาที่กำลังเร่งขับเคลื่อนเศรษฐกิจตามรอย ชาติร่ำรวย</p>
<p>รายงาน ยูเอ็นได้รับการ ตอกย้ำจากผลการศึกษาของกลุ่มเยอรมนีวอทช์ ที่ระบุว่า ในปี 2549 โลกเผชิญหายนภัยทางธรรมชาติ เช่น พายุและน้ำท่วม มากกว่าช่วง 2 ปีก่อน โดยเกิดภัยธรรมชาติถึง 953 ครั้ง เทียบกับ 716 ครั้ง ในปี 2548 และ 718 ครั้งในปี 2547 และหากศึกษาตั้งแต่ช่วงทศวรรษ 1950  พบว่าภัยธรรมชาติในรูปพายุเกิดเพิ่มขึ้นเท่าตัว ส่วนน้ำท่วมและภาวะอากาศสุดขั้ว เช่น คลื่นความร้อน และภัยแล้ง เกิดเพิ่ม 4 เท่า โดยชาติยากจนเป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบหนักสุด เช่น ฮอนดูรัส และนิการากัว ที่เผชิญเฮอริเคนหลายลูก ส่วนบังกลาเทศเผชิญพายุโซนร้อนที่สร้างความเสียหายอย่างหนักกับเศรษฐกิจ</p>
<p>ภัย จากภาวะโลกร้อนที่ทวี ความรุนแรง ทำให้ระหว่างวันที่ 3-14 ธ.ค. ที่ผ่านมา สหประชาชาติ (ยูเอ็น) ได้เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมว่าด้วยสภาพอากาศเปลี่ยนแปลงที่เกาะบาหลี ของอินโดนีเซีย มีผู้แทนจากภาครัฐและเอกชนนับหมื่นจากเกือบ 190 ชาติเข้าร่วม เพื่อกำหนดแนวทางทำข้อตกลงโลกร้อนฉบับใหม่แทนพิธีสารเกียวโตที่จะหมดอายุใน ปี 2555</p>
<p>ตาม แผน การหารือเวทีนี้ต้องสิ้นสุดในวันที่ 14 ธ.ค. แต่เนื่องจากสหรัฐปฏิเสธที่จะผูกมัดตัวเองในการแก้ปัญหาโลกร้อน รวมถึงต่อข้อเสนอกำหนดเป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก 25-40% สำหรับชาติพัฒนาแล้ว ของสหภาพยุโรป (อียู) ทำให้การหารือต้องยืดเยื้อออกไปอีกหนึ่งวัน กว่าจะบรรลุข้อตกลง ซึ่งเรียกอย่างไม่เป็นทางการว่า “แผนโรดแมพ” ปูทางสู่การทำข้อตกลงโลกร้อนฉบับใหม่</p>
<p>ภาย ใต้แผนโรดแมพ ที่ประชุมกำหนดให้การจัดทำข้อตกลงโลกร้อนฉบับใหม่ได้ข้อสรุปภายในสิ้นปี 2552 เพื่อปูทางสู่การเริ่มปรับใช้ในปี 2555 เมื่อพิธีสารโลกร้อนเกียวโตหมดอายุ นอกจากนั้น ทั้งชาติพัฒนาแล้วและชาติกำลังพัฒนาจะต้องร่วมมือกันต่อสู้กับภาวะโลกร้อน หลังจากในพิธีสารเกียวโตกำหนดให้เฉพาะชาติอุตสาหกรรมลดการปล่อยก๊าซ เรือนกระจกราว 5% ภายในปี 2555 อันเป็นไปตามแนวคิดที่ว่า ชาติที่ก่อปัญหาปล่อยก๊าซเรือนกระจกในอดีตจะต้องเป็นผู้นำในการแก้ปัญหา</p>
<p>อย่าง ไรก็ตาม แม้ข้อตกลงใหม่จะดึงชาติกำลังพัฒนาเข้ามาร่วมรับผิดชอบมากขึ้น แต่ระดับความรับผิดชอบจะยังแตกต่างกัน โดยชาติร่ำรวยจะต้องลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในอัตราสูงกว่าชาติยากจน ซึ่งประเด็นนี้สหรัฐพยายามกดดันให้จีนและอินเดีย ซึ่งเป็นหนึ่งในชาติปล่อยก๊าซเรือนกระจกมากที่สุดในโลก เข้ามาร่วมรับผิดชอบมากขึ้น ซึ่งหากทำได้จริง สหรัฐก็อาจยอมให้สัตยาบันข้อตกลงโลกร้อนฉบับใหม่ หลังจากเป็นชาติอุตสาหกรรมเพียงชาติเดียวที่ไม่ยอมให้สัตยาบันพิธีสารเกีย วโต เนื่องจากวิตกว่าจะกระทบการเติบโตทางเศรษฐกิจ และไม่พอใจที่จีนในฐานะชาติกำลังพัฒนา อยู่ในข่ายไม่ต้องร่วมลดการปล่อยก๊าซ</p>
<p>ใน ช่วงต้นของการหารือที่ บาหลี สหรัฐยังคัดค้านเนื้อหาบางส่วนของข้อตกลง ที่ระบุให้ชาติอุตสาหกรรมให้การช่วยเหลือการเงินและความช่วยเหลืออื่นๆ เพื่อให้ชาติกำลังพัฒนาเข้าถึงเทคโนโลยีลดการพึ่งพิงเชื้อเพลิงที่ก่อมลพิษ แต่หลังถูกกดดันอย่างหนัก จนถึงกับถูกโห่ไล่จากผู้แทนคนอื่นๆ ซึ่งเป็นบรรยากาศที่ไม่เคยเกิดมาก่อนในเวทียูเอ็น ผู้แทนเจรจาของสหรัฐจึงยอมปรับท่าที ตกลงตามข้อเรียกร้องของชาติกำลังพัฒนา</p>
<p>แม้ ยูเอ็นและกลุ่มสิ่ง แวดล้อมบางส่วนมองแง่ดีว่า ข้อตกลงหรือแผนโรดแมพที่ได้ มีความคืบหน้า เนื่องจากสหรัฐแสดงท่าทีต้องการร่วมดำเนินการรับมือภาวะโลกร้อนมากขึ้นใน อนาคต อีกทั้งมีเนื้อหายืดหยุ่น ซึ่งเปิดทางให้มีความเป็นไปได้ที่สหรัฐจะยอมลดการปล่อยก๊าซโลกร้อนในการ ประชุมรอบสุดท้ายในปี 2552 โดยเฉพาะเมื่อสหรัฐมีรัฐบาลใหม่  ส่วนชาติกำลังพัฒนา รวมถึงจีนและอินเดียก็แสดงท่าทีพร้อมให้ความร่วมมือมากขึ้น</p>
<p>แต่ ในมุมมองของสหภาพ ยุโรปและกลุ่มต่อสู้เพื่อสิ่งแวดล้อมอีกส่วน กลับแสดงความผิดหวังกับข้อตกลงที่บาหลี เนื่องจากไม่มีการกำหนดเป้าหมายชัดเจน เกี่ยวกับการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั้งกับชาติกำลังพัฒนาหรือชาติพัฒนา แล้ว</p>
<p>นัก วิเคราะห์มองว่า ในช่วงหลายปีต่อไปนี้ ชาติกำลังพัฒนาจะมีบทบาทเพิ่มขึ้นด้านการรับมือภาวะโลกร้อน เนื่องจากเนื้อหาในข้อตกลงเรียกร้องให้ชาติกำลังพัฒนา “ดำเนินการบรรเทาภาวะโลกร้อน ผ่านมาตรการที่วัดได้ รายงานได้ และตรวจสอบได้” ซึ่งหมายความว่า ประเทศอย่างจีน ที่กำลังจะแซงหน้าสหรัฐขึ้นเป็นผู้ปล่อยก๊าซเรือนกระจกอันดับหนึ่งโลก จะต้องแสดงความรับผิดชอบมากขึ้น</p>
<p>หนึ่ง ในบทบาทที่ชาติ กำลังพัฒนาได้รับการผลักดันในเวทีบาหลี คือ การปกป้องพื้นที่ป่าที่กำลังถูกโค่นทำลายมากขึ้นเรื่อยๆ โดยที่ประชุมได้หารือเกี่ยวกับแผนให้ผลตอบแทนกับชาติกำลังพัฒนาที่ดำเนินการ อนุรักษ์พื้นที่ป่า ซึ่งแนวทางนี้น่าจะได้การขานรับพอสมควร หากมองจากกรณีที่โครงการสิ่งแวดล้อมยูเอ็นรายงานความสำเร็จเมื่อเดือนพ.ย. ว่า สามารถผลักดันแผนปลูกป่าทั่วโลกตลอดปี 2550 ได้ตามเป้า คือ ชาติต่างๆ ส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่มกำลังพัฒนา มีการปลูกต้นไม้เพิ่มรวมกันถึง 1.4 พันล้านต้น</p>
<p>อย่าง ไรก็ตาม ยังมีข้อกังขาว่า ความรับผิดชอบของชาติกำลังพัฒนาจะครอบคลุมถึงการผูกมัดให้ลดการปล่อยก๊าซ เรือนกระจกหรือไม่ เนื่องจากคำว่า “ดำเนินการ” เป็นคำที่มีความหมายกว้างๆ ขณะนักวิเคราะห์ส่วนหนึ่งแนะว่า น่าจะครอบคลุมการลดการปล่อยก๊าซในบางภาคอุตสาหกรรม เช่น อุตสาหกรรมผลิตเหล็ก หรืออุตสาหกรรมผลิตกระแสไฟฟ้า</p>
<p>ไม่ ว่าข้อตกลงโลกร้อน ฉบับใหม่จะออกมาเช่นไร ฝ่ายไหนชิงความได้เปรียบ ฝ่ายไหนเสียเปรียบ แต่ทุกฝ่ายต้องตระหนักว่า คงไม่สามารถหนีพ้นผลกระทบจากภาวะโลกร้อน หากปัญหายังไม่ได้รับการแก้ไข!</p>
<p>ที่มา: กรุงเทพธุรกิจออนไลน์, www.bangkokbiznews.com,www.prapai.co.th,<a href="http://xn--12cm8c6at8a2bc.com/?p=81" target="_blank">www.กังหันลม.com</a></p>
<br />  <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/thaiwindturbine.wordpress.com/3/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/thaiwindturbine.wordpress.com/3/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/thaiwindturbine.wordpress.com/3/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/thaiwindturbine.wordpress.com/3/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gofacebook/thaiwindturbine.wordpress.com/3/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/facebook/thaiwindturbine.wordpress.com/3/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gotwitter/thaiwindturbine.wordpress.com/3/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/twitter/thaiwindturbine.wordpress.com/3/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/thaiwindturbine.wordpress.com/3/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/thaiwindturbine.wordpress.com/3/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/thaiwindturbine.wordpress.com/3/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/thaiwindturbine.wordpress.com/3/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/thaiwindturbine.wordpress.com/3/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/thaiwindturbine.wordpress.com/3/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=thaiwindturbine.wordpress.com&amp;blog=8347139&amp;post=3&amp;subd=thaiwindturbine&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://thaiwindturbine.wordpress.com/2009/07/04/%e2%80%9c%e0%b9%82%e0%b8%a5%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%99%e2%80%9d-%e0%b8%a0%e0%b8%b1%e0%b8%a2%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%97%e0%b8%b1%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b9%82%e0%b8%a5%e0%b8%81/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
	
		<media:content url="http://0.gravatar.com/avatar/c6ddd381e3eea60b80e0a4410f3a5412?s=96&#38;d=identicon&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">menaard</media:title>
		</media:content>
	</item>
	</channel>
</rss>
